มาปรับ Mindset การลงทุนระยะยาวกันดีกว่า

 

สวัสดี สวีดัด นักลงพุงทุกท่าน ช่วงนี้ขี้เกียจรีวิวกองทุนมาก เน้นบ่นไปเรื่อยๆ 55 อยู่ๆเห็นหุ้นตกนึกอยากบ่นได้เรื่องหนึ่ง เรื่อง หุ้นกับ Passive Income ครับ เอ๊ะยังไง ไม่ตรงกับหัวเรื่องเลยซะงั้น ตามมาๆอ่านๆไปเหอะ

วันนี้อยากจะพูดให้ฟังว่า การลงทุนหุ้นนั้น ถือว่าเป็น Passive Income ชนิดหนึ่ง และเป็น Passive Income ที่ดีมากๆเลย (และก็อันตรายสุดๆด้วยเช่นกัน) ก่อนอื่นพูดถึงเงินฝาก/พันธบัตร/สลากออมสินก่อน สินทรัพย์พวกนี้สามารถสร้างรายได้ประจำให้เราได้ จึงจัดเป็น Passive Income ที่ดีทีเดียว แต่ปัญหาคือดอกเบี้ยมันน้อยนิด ถ้าเรามีเงินต้นที่มากพอก็ดีไป แต่ถ้าเงินต้นน้อย อย่าหวังอิสระภาพทางการเงินอะไรที่สวยหรูนักเลย T^T และถึงแม้เราจะมีเงินต้นที่มากพอสมควร แต่ก็ยังต้องเจอกันปัญหาเงินเฟ้ออีก นึกตามนะ สมมุติคุณมี 10 ล้าน เยอะนะ ถ้าคุณได้ดอกเบี้ย 5% คุณก็ได้ปีละ 5แสน โห มีใช้เดือนละ 5หมื่นเลขกลมๆ แต่ดอกเบี้ยมันขึ้นๆลงๆตลอด ระยะ 10ปีมานี้ มันเคยขึ้นไปถ้าจำไม่ผิด 6% แต่ตอนนี้ 1.5% จากดอกเบี้ยปีละ 5แสน ตอนนี้เหลือ 1.5แสนเท่านั้น (เขาว่าสมัยนี้เป็น New Normal ดอกเบี้ยไม่กลับไปสูงๆเหมือนก่อนแล้ว) แล้วถ้าเราเกษียณหรือเลิกทำงานแล้ว เราต้องอยู่กับเงินต้นก้อนนี้ไปหล่ะ? เงินฝากก้อนนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้วมูลค่า 10ล้านบาท ณวันนี้มันก็คือตัวเลข 10 ล้านบาทเท่าเดิม แค่คุณได้ดอกเบี้ยมาใช้ แต่เงินต้นโดยตัวมันเอง ไม่เคยเปลี่ยนแปลง (ยกเว้นคุณฝากทบลงไป!!! แต่เราจะเอา Passive Income มาใช้ไง) แต่ที่เปลี่ยนแปลงคือ อำนาจการซื้อครับ!!! สมัยก่อนรถเบนซ์คันละล้าน โตโยต้าคันละ 5แสน ซื้อไอ้ต้าใช้ยังเหลือเงินอีก 9.5 แสน^^ ตอนนี้เบนซ์คันละสามล้าน ถ้าซื้อไปเงินจะเหลือแค่ 7 แสน แล้วดอกมันจะเหลือแค่เท่าไหร่หล่ะ? ต่อให้ซื้อไอ้ต้าก็คันละล้านแล้วนะ แล้วทำยังไงให้เงินต้นเรางอกเงยสู้กับเงินเฟ้อได้? และดอกเบี้ยขึ้นได้ทุกปีด้วยมีมั้ย? มีสิ หุ้นไง เกริ่นมาตั้งนาน ฮาๆ

หุ้นนั้นใครๆก็รู้ว่าเป็นสินทรัพย์ที่ระยะยาวมูลค่ามันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเหมือนที่ดิน แต่ผมไม่แนะนำให้ซื้อหุ้นเป็นรายตัวนะครับ โดยเฉพาะกับการใช้เป็น Passive Income!! เพราะหุ้นที่เราเลือกนั้นอาจกลายเป็นศูนย์ได้ หรือถึงไม่กลายเป็นศูนย์ ก็อาจจะเป็นธุรกิจขาลง กำไรลดลง ราคาหล่นหวูบ ปันผลก็แทบไม่ได้ครับ และแม้เราบอกว่าจะกระจายซื้อสัก 5-7 ตัว แต่ว่าแต่ละปีๆมีหุ้นที่ธุรกิจแย่ลงเป็นร้อยๆตัวเลยครับท่าน ดังนั้น 5-10 ตัว มันไม่พอหรอก ก็ดูผลงานกองทุนที่ผมลงทุกวีคสิ กองหุ้นน้อยตัวอ่ะ บทจะเละก็เละเป็นโจ๊กเลย แต่ที่ผมจะแนะนำวันนี้คือการลงทุนกระจายแบบทั้งตลาดครับ หรือพูดง่ายๆลงทุนในดัชนี จะ set/set50 ไม่ต่างกันมากหรอก ทำไมผมถึงแนะนำเป็นดัชนี เพราะดัชนีนั้นโอกาสที่จะเป็นศูนย์นั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าเป็นจริงคือประเทศล่มสลาย เงินฝากคุณก็ไม่รอดครับ (แต่ดัชนีมันก็ลงติดลบ -50% ได้ ต้องบอกไว้ก่อนเช่นกัน แต่ระยะยาวโอกาสกลับมามีมากกว่าหุ้นรายตัว) แล้วดัชนีกับการนำมาทำเป็น Passive Income ดียังไง ก่อนอื่นไปดูตัวเลขสถิติตลาดที่ผมรวบรวมมาให้ดูกัน ดูย้อนหลังมัน 1/3/7/10ปีเลย ดังนี้

ปี 2017 กำไร 981,980 ล้านบาท ดัชนีสิ้นปีอยู่ที่ 1753.71 ปันผล 2.7%

ปี 2015 กำไร 696,978 ล้านบาท ดัชนีสิ้นปีอยู่ที่ 1288.02 ปันผล 3.36%

ปี 2013 กำไร 789,386 ล้านบาท ดัชนีสิ้นปีอยู่ที่ 1383.16 ปันผล 3.24%

ปี 2011 กำไร 625,362 ล้านบาท ดัชนีสิ้นปีอยู่ที่ 1025.32 ปันผล 3.72%

ปี 2009 กำไร 444,155 ล้านบาท ดัชนีสิ้นปีอยู่ที่ 734.54 ปันผล 3.65%

(ที่ไม่ใช้ปี 2008 เพราะปีนั้นมีวิกฤต เดี๋ยวตัวเลขมันจะดูดีเว่อร์เกินจริงไปหน่อย)

คุณเห็นอะไรในตัวเลขข้างต้นไหม? กำไรบริษัทจดทะเบียนหรือตลาดมันโตขึ้นทุกปีเลย!!! สิบปีก่อนกำไรอยู่ที่ 4แสนล้าน ปีล่าสุดอยู่ที่ 9แสนล้านแล้ว ปีนี้คงได้เห็นหลักล้านล้าน^^ แล้วคุณดูดัชนีสิมันก็ขึ้นมาเรื่อยๆๆ และที่สำคัญมากๆๆๆก็คือปันผล เห็นไหมว่า ตลาดมันเฉลี่ยปันผลอยู่ราวๆ 3% บวกลบ เอาเลขกลมๆที่ 3% แล้วกัน ไม่ว่าดัชนีจะขึ้นมาขนาดไหน กำไรบริษัทจะเพิ่มขึ้นขนาดไหน ปันผลก็อยู่ราวๆนี้ ลองคิดดูดีๆนะครับ อันนี้มันบอกอะไรเรา? แปลว่าปันผลมันก็ขึ้นทุกปีเช่นกัน แต่เพราะราคาดัชนีมันขึ้น เราเลยได้ปันผลเป็น % เท่าๆเดิม ถ้าผมซื้อดัชนีที่ 700 จุดผมก็ได้ปันผล 3% แต่ผมถือมาจนถึงตอนนี้ผมต้องได้ปันผลเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัวแล้ว!!! ไม่พอ เงินต้นผมยังงอกเงยด้วย จริงไหม ก็ผมซื้อไว้ที่ 700 ตอนนี้ถ้าขายก็ได้ 1700 หน่ะ หลักการง่ายๆนะ เงินมันเฟ้อ ตัวเลขยอดขายมันก็เฟ้อตาม กำไรมันก็เลยเฟ้อขึ้นตาม พอจ่ายปันผลเรา มันก็เฟ้อขึ้นตามเช่นกัน 🙂 แน่นอนว่า ถ้าคุณดูเทียบแค่ปีต่อปี หรือสั้นมากก เดือนต่อเดือน มันอาจไม่เห็นพลังของหุ้น แต่ระยะยาวๆมันจะแสดงอานุภาพของมันออกมา แล้วลองเทียบกับการฝากเงิน 10 ปีสิ? อันไหนน่าสนใจกว่ากันหล่ะ? คุณจะใช้เงินฝากหรือหุ้นมาเป็น Passive Income ดีครับ

ทีนี้มาว่ากันในแง่ปฏิบัติบ้าง ถ้าเราสามารถถือหุ้นตรงได้ สามารถซื้อได้ 50 ตัวจำลองดัชนีได้ก็ดีไป เพราะเราจะได้ปันผลโดยตรงไม่ว่าราคาหุ้นมันจะขึ้นหรือลง แต่ทำจริงๆมันไม่ง่ายหรอก ต้องคอยปรับลดเพิ่มนำ้หนักทุก 6 เดือนอีก เอาเป็นซื้อกองทุนไปก็ได้ครับ ง่ายดี แต่ปัญหาของการถือผ่านกองทุนก็คือ ปีไหนหุ้นตก กองมักไม่ปันผล แบบนี้ Passive Income เราสะดุด อันนี้แก้ไม่ยาก ก็ในเมื่อปันผลมันรวมอยู่ในราคากองอยู่แล้ว เราก็ขายออกเพื่อปันผลตัวเอง ก็แค่นั้น ถึงตรงนี้บางคนอาจจะอยากถามว่า ใช้กอง Active แทนกองดัชนีได้ไหม ก็ตอบเลยว่าได้ครับ ผลงานมันก็ล้อตามตลาดหน่ะแหละ แค่จะมากหรือน้อยกว่าตลาด และเราเลือกถูกกองหรือไม่เท่านั้นเอง ไม่คิดไรมากก็เอาแค่เท่าตลาดพอแล้ว ฮาๆ

พูดมาขนาดนี้ อ่านจบสงสัยอยากรีบไปซื้อ ใจเย็นๆนะครับ ผลตอบแทนมันจะดีสวยหรูเหมือนตัวเลขข้างบน ถ้าคุณซื้อได้ที่ 700 ไง ถ้าคุณซื้อได้ที่ 1700 แล้วอีกไม่กี่ปีมันหล่นลงไปเหลือ 1200 ใหม่หล่ะ? ทนได้ไหม รับได้ไหม 10 ปีที่ผ่านมามันเป็นขาขึ้นรอบใหญ่ไง อะไรๆก็ดูสวยหรู ผมสรุปแบบนี้นะ หุ้นหน่ะถ้าเรามองในแง่ธุรกิจ มันก็ดีอย่างที่เขียนจริงๆ ระยะยาวมันก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตลาดมันโตของมันเองแหละ แต่ระหว่างทางมันมีรอบมีวงจรของมัน มีปีที่ดี มีปีที่ร้าย แต่ถ้าคุณลงทุนได้ยาวพอจนข้ามรอบวงจรผันผวนเหล่านี้ไปได้ ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนมันก็จะดีอย่างที่เขียนนี่แหละ และที่ผมยกตัวอย่างการใช้หุ้นเป็น Passive Income เทียบกับเงินฝาก ก็เพื่อให้เห็นพลังของหุ้นและการถือครองที่ยาวนานเพียงพอครับ ดังนั้นผมสรุปว่า คุณต้องปรับ Mindset หรือทัศนคติการลงทุนให้ถูกต้องก่อน แต่ในระหว่างทางที่เราปฏิบัติ ทางมันไม่ได้ราบรื่นขนาดนั้น แต่เราก็มีวิธีการต่างๆมากมายที่ช่วยลดความเสี่ยงและความผันผวนลงได้ รวมทั้งถ้าเก่งมากพอ ยังช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้ชนะตลาดได้อีก ครับ ไม่ว่าจะเป็นการทำ DCA, การทำ Asset Allocation, การจับจังหวะทางเทคนิค, การประเมินมูลค่า โอ้ย สารพัด แต่ขอไม่พูดในบทความนี้นะ เอาเป็นว่าสรุป เขียนมาเพื่อให้อ่านแล้วเกิดแรงบัลดาลใจอยากลงทุน อยากไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมต่อก็พอครับ ^^

(ขอลำไย เอ้ย กำไรจงสถิตอยู่กับข้าและท่าน คริๆ)

 

ปูลู ลืมบอก ซื้อหุ้นรายตัว ถือน้อยๆตัว ก็ได้นะ แต่ว่าคุณต้องมีความรู้มากพอเลยหล่ะ จะใช้แต่ใจกับ Mindset ไม่ได้ ไม่เหมือนการซื้อทั้งตลาด ที่ตลาดมันขับเคลื่อนตามกลไกของมันเองหน่ะ ^^